UX/UI ที่ดี ช่วยเพิ่มยอดขายได้จริงไหม?
4 เม.ย. 2568
Share
UX/UI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือด้านความสวยงามเท่านั้น แต่คือส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และผลักดันให้ผู้ใช้ตัดสินใจซื้อในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการใช้งาน
.
การออกแบบที่ดีตั้งแต่แรกเห็นสามารถเปลี่ยน “ผู้เยี่ยมชม” ให้กลายเป็น “ผู้ซื้อ” ได้โดยไม่ต้องพูดสักคำ นั่นเพราะ UX/UI คือช่องทางสื่อสารที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับธุรกิจในยุคดิจิทัล
.
มีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนแนวคิดนี้ เช่น
75% ของผู้ใช้ตัดสินความน่าเชื่อถือของแบรนด์จากดีไซน์เว็บไซต์ (Moin Agency)
ความประทับใจแรกเกิดภายใน 0.05 วินาที และมีผลต่อ perception ตลอดทั้ง journey (Nielsen Norman Group)
81% ของผู้บริโภคระบุว่าพวกเขาจะซื้อก็ต่อเมื่อรู้สึกไว้ใจแบรนด์ (Thefinchdesignagency, 2025)
.
ยิ่งไปกว่านั้น การลงทุนด้าน UX ยังให้ ROI ที่สูงมาก — Forrester รายงานว่าทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนใน UX จะให้ผลตอบแทนกลับมาถึง 100 ดอลลาร์ การปรับ UI ให้ดีขึ้นสามารถเพิ่ม Conversion ได้สูงถึง 200% และหากพัฒนา UX อย่างจริงจัง อาจเพิ่มได้ถึง 400%
.
บริษัทชั้นนำที่ขับเคลื่อนด้วยการออกแบบ เช่น Airbnb, HubSpot หรือ Apple ต่างมีการลงทุนใน UX เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ ทั้งในการดึงดูดลูกค้า การเพิ่มรายได้ และการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืน
.
Devsmith จึงขอรวบรวม 4 ปัจจัย UX หลักที่ส่งผลต่อยอดขาย พร้อมคำอธิบายและกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกธุรกิจ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายและนำไปใช้ได้จริงมาฝากกันครับ
"เชื่อใจได้ = กล้าซื้อ"
.
ผู้ใช้ตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าเว็บไซต์หรือแอปน่าเชื่อถือหรือไม่ และดีไซน์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น เพราะความเชื่อใจไม่ได้เกิดจากข้อความบอกว่า "เราน่าเชื่อถือนะ" แต่เกิดจากความรู้สึกที่สื่อผ่านดีไซน์ สี ฟอนต์ การจัดวาง และความเป็นมืออาชีพของเว็บไซต์
.
Trust ยังรวมถึงการแสดงความโปร่งใส เช่น รีวิวจากผู้ใช้จริง การใส่ตราสัญลักษณ์ความปลอดภัยในหน้าชำระเงิน การแสดงนโยบายความเป็นส่วนตัว และการบอกเหตุผลของการเก็บข้อมูลส่วนตัวอย่างชัดเจน ทุกองค์ประกอบเล็กๆ เหล่านี้สะสมเป็นความรู้สึกที่ผู้ใช้มีต่อแบรนด์
.
กรณีศึกษา:
Blue Fountain Media พบว่าเพียงแค่เพิ่ม trust badge และเนื้อหาที่โปรมากขึ้นใน landing page ก็สามารถเพิ่มอัตรา conversion ได้ 42% จากเดิม ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนสินค้าใด ๆ เลย
"ใช้ง่าย = ไม่หลุดกลางทาง"
.
Usability หรือความง่ายในการใช้งาน เป็นหัวใจของ UX ที่ดี หากผู้ใช้รู้สึกว่าเว็บใช้งานยาก หาทางไม่เจอ หรือไม่มั่นใจว่าคลิกอะไรแล้วจะเกิดอะไรขึ้น โอกาสที่จะละทิ้งกระบวนการซื้อนั้นจะเพิ่มขึ้นทันที
.
UX ที่ดีในด้าน usability ต้องช่วยให้ผู้ใช้ "ไปต่อได้" โดยไม่ต้องคิดเยอะหรือเรียนรู้ใหม่ทุกครั้ง การออกแบบ Flow ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของการตัดสินใจ เช่น ลดปุ่มที่ไม่จำเป็น เพิ่มการแนะนำที่ชัดเจน และให้ feedback ทันทีเมื่อผู้ใช้ทำบางอย่างสำเร็จ จะช่วยลดความลังเลและเพิ่มอัตราการแปลงอย่างเห็นได้ชัด
.
กรณีศึกษา: Virgin America ออกแบบเว็บไซต์ใหม่โดยเน้น usability และ mobile-first พบว่า conversion เพิ่มขึ้น 14% และเวลาที่ใช้ในการจองลดลงถึง 20%
.
ข้อมูลจาก Forrester ยังระบุว่า การปรับ UI เพียงอย่างเดียวสามารถเพิ่ม conversion ได้สูงถึง 200% และถ้าพัฒนา UX โดยรวมอย่างรอบด้าน อาจเพิ่มได้ถึง 400%
"รู้สึกดี = อยากอยู่ต่อ"
.
ประสบการณ์ใช้งานที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของฟังก์ชันหรือขั้นตอนที่ราบรื่น แต่ยังเกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน UX ที่ดีสามารถทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า "แอปนี้เข้าใจฉัน" หรือ "เว็บนี้ดูดีและน่าใช้จริง ๆ"
.
Aesthetic-Usability Effect เป็นหนึ่งในหลักจิตวิทยาที่น่าสนใจ ผู้ใช้มักรู้สึกว่า ดีไซน์ที่ดูดี = ใช้งานง่าย แม้บางครั้งระบบนั้นอาจจะไม่ได้ง่ายกว่าจริง ๆ ด้วยซ้ำ แต่เพียงแค่ดูดี ก็สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้รู้สึกดีกับแบรนด์แล้ว
.
กรณีศึกษา: Mailchimp ทำการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ โดยปรับทั้งโทนสี ภาพประกอบ และการใช้ภาษาที่เป็นมิตรมากขึ้น ส่งผลให้ engagement บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้น และผู้ใช้กลับมาใช้งานซ้ำมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ต้องเพิ่มงบโฆษณาใด ๆ
"คุ้นเคย = ไม่ต้องเรียนรู้ใหม่"
.
UX ที่ดีไม่จำเป็นต้องแปลกใหม่เสมอไป ในหลายกรณี ความคุ้นเคยกลับสร้างความมั่นใจได้มากกว่า เพราะผู้ใช้ไม่อยากเรียนรู้ใหม่ทุกครั้งที่เข้าเว็บหรือแอปใหม่ ๆ
.
หลัก Jakob’s Law ระบุว่า ผู้ใช้งานคาดหวังให้เว็บไซต์หรือระบบใหม่ทำงานเหมือนกับที่เคยเจอในระบบอื่น ๆ มาก่อน เช่น ปุ่มค้นหาควรอยู่มุมขวาบน เมนูควรอยู่ด้านซ้ายหรือบนสุด หากคุณวางองค์ประกอบให้ตรงกับสิ่งที่คนคุ้นเคย ผู้ใช้จะรู้สึกมั่นใจ ไม่ลังเล และพร้อมจะคลิกต่อโดยไม่ต้องเรียนรู้ใหม่
.
กรณีศึกษา: Booking.com ออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้คล้ายแอปท่องเที่ยวทั่วไป โดยใช้แพตเทิร์นการจองที่ผู้ใช้คุ้นเคยอยู่แล้ว ทำให้สามารถจองได้ง่ายและเร็วกว่าเว็บไซต์คู่แข่งอย่างชัดเจน ซึ่งช่วยเพิ่ม Conversion และลด Drop-off ได้อย่างมีประสิทธิภาพ